วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น

Seed of Hope | 5:00 AM |

โดย Tamsen Butler บรรณาธิการของ eHow

ภาษาอังกฤษอาจเป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ยากภาษาหนึ่ง แต่ก็มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในการเรียนภาษาได้รวดเร็วมากขึ้น แม้แต่คนที่ไม่มีพรสวรรค์มาแต่เกิดสำหรับการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ก็สามารถเก่งภาษาอังกฤษได้ ตราบเท่าที่พวกเขาได้พยายามอย่างแท้จริง และใช้เวลาหาโอกาสฝึกฝนการพูด การอ่าน และการเขียนภาษาอังกฤษ ในที่นี่พวกเราจะแสดงให้คุณเห็นถึงวิธีที่จะฝึกปรือการพูดภาษาอังกฤษได้โดยเร็ว
English can be a difficult language to learn, but there are certain things you can do to learn the language a lot faster. Even people who do not have a natural talent for learning new languages can master English as long as they make a real effort and take the time to find opportunities to practice speaking, reading and writing in English. Here we will show you how to quickly learn to speak English.

คำแนะนำ : Instructions

ขั้นที่ 1 : เริ่มต้นโดยการเข้าชั้นเรียนที่สอนภาษาอังกฤษขั้นต้น ชั้นเรียนเหล่านี้โดยทั่วไปมักเป็น ชั้นเรียน ESL หรือ ชั้นเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง อาจารย์ของชั้นเรียนเหล่านี้มีประสบการณ์การสอนพื้นฐานของภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนที่หลากหลายโดยคำนึงถึงภาษาดั้งเดิมของนักเรียนด้วย

Step 1 : Start by taking a class that teaches beginning English. These classes are commonly referred to as "ESL" classes, or "English as a Second Language." The teachers of these classes have the experience to teach a variety of students the essentials of the English language regardless of the students' primary language.

ขั้นที่ 2 : ซื้อหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เป็นซีดี หรือดีวีดี คุณสามารถทบทวนบทเรียนเหล่านี้ในยามว่าง และเรียนรู้ทีละน้อย แต่ถ้าคุณเอาจริงเอาจังที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษให้เร็วมากขึ้น ถ้างั้นคุณก็จะต้องทบทวนบทเรียนดังกล่าวในทุกโอกาสที่คุณมี ซื้อบทเรียนที่เป็นแผ่นเสียงและฟังมันในรถหรือขณะทำงาน ถ้าเป็นไปได้ ยิ่งหลักสูตรที่มีคุณภาพสูงเท่าใด คุณก็ยิ่งเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้น

Step 2 : Buy an English audio or DVD course. You can review these classes in your spare time and learn quite a bit, but if you are serious about wanting to learn English faster then you will want to review the course every opportunity you have. Buy an audio course and listen to it in the car or while working, if possible. The higher the quality of the course, the quicker you'll learn.

ขั้นที่ 3 : ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณที่เป็นเจ้าของภาษา (คนที่พูดภาษาอังกฤษมาแต่เกิด) ผูกมิตรกับคนที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกับคุณ แต่เป็นคนที่สมัครใจที่จะช่วยคุณเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการสนทนาภาษาง่ายๆ กับคุณ คุณอาจรู้สึกประหลาดใจว่าคุณสามารถเริ่มต้นสนทนาภาษาอังกฤษจนจบอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

Step 3 : Practice speaking English with other people, preferably with native English speakers. Make friends with people who do not speak your native language, but who are willing to help you learn English by having simple conversations with you. You will probably be surprised at how quickly you can start having entire conversations in English.

ขั้นที่ 4 : ดูี่รายการทีวีหรือหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ ที่ไม่มีคำบรรยายภาษาท้องถิ่น ให้ความสนใจกับบทสนทนาและพยายามขบคิดสิ่งที่นักแสดงพูด แสดงความยินดีกับตัวเองเมื่อคุณสามารถจับใจความบางคำและบางวลีที่คุณเข้าใจได้

Step 4 : Watch television shows or movies that are in English and which do not have subtitles in your native language. Pay attention to the dialogue and try to figure out what the actors are saying. Congratulate yourself when you are able to pick out certain words and phrases that you understand.

ขั้นที่ 5 : อ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือ นิตยสารที่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ครั้งแรกอาจไม่เข้าใจความหมายมากนัก แต่เมื่อความรู้ของคุณเพิ่มมากขึ้นดังนั้นความเข้าใจภาษาอังกฤษที่เขียนก็เพิ่มขึ้นตาม การเข้าใจภาษาเขียนจะช่วยคุณในการเรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษได้เร็วมากขึ้นอย่างแน่นอน

Step 5 : Read newspapers, books and magazines that are printed in English. At first they won't make much sense, but as your knowledge grows so will your understanding of written English. Understanding written English will definitely assist you in learning to speak the language much faster.

*ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ eHow: How To Do Just About Everything "How to Learn to Speak English Faster"

ที่มา http://learningpune.com/?p=1272

No comments:

Post a Comment